| งานใหม่ล่าสุด | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ตำแหน่งงานแนะนำ |
ลงทะเบียนเป็นสมาชิกเว็บไซต์หางานอันดับ 1 ของภาคใต้ เพื่อฝากประวัติ สมัครงาน และรับ E-mail แจ้งให้ทราบทันทีที่มีตำแหน่งงานใหม่ (Job Alert)
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม ขอขอบคุณภาพประกอบจาก youtube.com โพสต์โดย ubuntuclubchannel รมว.ไอซีที ยืนยัน เด็ก ป.1 ได้ใช้แท็บเล็ตภาคเรียนนี้แน่นอน เผยอีก 60 วัน รับล็อตแรก 4 แสนเครื่อง คาด 90 วันได้ของครบ จะเริ่มแจกในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ วันนี้ (10 พฤษภาคม) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เปิดเผยว่า ในวันนี้จะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ กับ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ ในการซื้อแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้น ป.1 ตามโครงการคอมพิวเตอร์มือถือสำหรับนักเรียนทุกคน (One Tablet PC Per Child) หลังจากที่ อัยการสูงสุด ได้มีการตรวจสอบรายละเอียดข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งยืนยันถึงศักยภาพของ บริษัท เซินเจิ้น สโคปว่า สามารถผลิตแท็บเล็ต และส่งมอบให้กับรัฐบาลได้ทันเวลาแน่นอน ซึ่งภายใน 60 วัน หลังเซ็นสัญญา จะมีการส่งมอบแท็บเล็ตล็อตแรกจำนวน 4 แสนเครื่อง และคาดว่าจะส่งมอบแท็บเล็ตครบทั้ง 1 ล้านเครื่องได้ ภายใน 90 วัน จากนั้นจะเริ่มแจกให้นักเรียนชั้น ป.1 ได้ใช้ในเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนเรื่องการวางเครือข่ายสัญญาณ WiFi ในการรองรับ ก็ได้มีการเตรียมพร้อมเกือบสมบูรณ์แล้ว โดยในส่วนของตัวเครื่องแท็บเล็ตที่กำลังจะเข้าไทยนั้น จะมีทั้งหมด 4 สี คือ แดง น้ำเงิน บรอนซ์เงิน และบรอนซ์ทองวัสดุที่ใช้ทำฝาด้านหลังคาดว่าจะเป็นอลูมิเนียมแบบสาก ทำให้ไม่ลื่นหลุดมือง่าย โดยจะมีสกรีนตัวอักษรด้านหลังว่า otpc ย่อมาจาก One Tablet PC Per Child และมีคำว่า สโคแพด (ScoPad) ซึ่งเป็นชื่อเรียกแท็บเล็ตยี่ห้อ สโคป (Scope) โดยตัวเครื่องจะมีขนาดประมาณ 7 นิ้ว รอบ ๆ ตัวเครื่องประกอบด้วย กล้องชนิดฝังในตัวเครื่องที่ด้านบน และจะมีปุ่มเปิดปิดเสียง ช่องเสียบหูฟัง ช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ และช่องเสียบไมโคร ยูเอสบี (Micro USB) เป็นต้น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการของสโคแพดจะเป็นระบบแอนดรอยด์ 4.0 และพบว่า สโคแพดสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต รวมถึงสามารถเข้าสู่เว็บไซต์ทั่วไปได้ด้วยอินเทอร์เน็ตไวไฟ (wifi) เหมือนแท็บเล็ตทั่วไป ในเบื้องต้น รัฐบาลจะบรรจุโปรแกรมทางการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ประกอบด้วยบทเรียนวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ เป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น อีบุ๊ก (E-Book) รวมไปถึงระบบมัลติมีเดียอย่างคลิปวิดีโอด้วย น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากซอฟต์แวร์ของแท็บเล็ตสโคแพดเป็นระบบปฏิบัติการแบบแอนดรอยด์ ดังนั้นจะเปิดกว้างให้ภาคเอกชนที่มีสื่อการศึกษาที่ดี สามารถแบ่งปันข้อมูลในคลังความรู้ได้ และเชื่อว่าการใช้แท็บเล็ต จะช่วยให้พ่อแม่ลูกเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันมากขึ้น ส่วนการใช้งานแท็บเล็ตของครูผู้สอนนั้น จะเป็นระบบปฏิบัติการที่เหนือกว่าของเด็กนักเรียนทั่วไป เพื่อให้ครูสามารถควบคุมการเรียนการสอนของเด็ก ๆ ได้อย่างเหมาะสม อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
รีวิวแท็บเล็ตเด็ก ป.1 โดย Ceemeagainเนื้อหาสาระในแท็บเล็ตเด็ก ป.1เครื่องต้นแบบ Tablet ป.1 Tablet ป.1 ฮาร์ดแวร์จริง
กรมทรัพยากรธรณีสั่งจับตา รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย - รอยเลื่อนระนอง เพราะเป็นรอยเลื่อนที่มีพลัง หวั่นทำให้เกิดแผ่นดินไหวอีก ขณะที่แผ่นดินไหว 4.3 ริกเตอร์ ที่ภูเก็ต แรงสุดเท่าที่เคยมีมา วันนี้ (17 เมษายน) นายนิทัศน์ ภู่วัฒนกุล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และนายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ร่วมกันแถลงถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหว 4.3 ริกเตอร์ ที่ จ.ภูเก็ต นายนิทัศน์ กล่าวว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ถือว่าเป็นแผ่นดินไหวบนบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของไทย นอกจากนี้ ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกอีก 5 ครั้ง ขนาด 2.1 ริกเตอร์ - 2.7 ริกเตอร์ ทำให้บ้านประชาชนกว่า 30 หลัง ได้รับความเสียหาย โดยสาเหตุของแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา ส่วนแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่อินโดนีเซีย ขนาด 5.7 ริกเตอร์ ที่เกิดในเวลาไล่เลี่ยกันกับไทย ไม่ใช่สาเหตุของการเกิดแผ่นดินไหวที่ภูเก็ต และไม่ได้เป็นอาฟเตอร์ช็อก เพราะแผ่นดินไหวจากอินโดนีเซีย ไม่สามารถทำให้ภูเก็ตรู้สึกได้ทั้งจังหวัด อีกทั้งถือว่าประเทศไทยโชคดีที่เป็นแผ่นดินไหวแนวนอน ผลกระทบจึงไม่มาก ขณะที่ นายเลิศสิน กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมทรัพยากรธรณี ต้องระวังรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยที่มีความยาวกว่า 150 กิโลเมตร และรอยเลื่อนระนอง ยาว 270 กิโลเมตร ตั้งแต่ จ.ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และพังงา เนื่องจากมีการขยับตัวที่ชัดเจน และมีพลัง ทำให้มีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่ขนาดจะไม่รุนแรงมากไปกว่า 6 ริกเตอร์ อย่างไรก็ตาม นายนิทัศน์ กล่าวว่า วิธีการในกหนีเอาตัวรอดจากอาคารสูงหากเกิดแผ่นดินไหว คือ ไม่ควรลงจากอาคารโดยใช้ เพราะไฟฟ้าอาจถูกตัดได้ พร้อมแนะว่า รัฐบาลต้องออกประกาศให้อาคารสูงมีบันไดหนีไฟ รวมถึงแผ่นดินไหวด้วย
วันที่เข้าฉาย17 พฤษภาคม 2555แนวหนังทริลเลอร์,สืบสวน,อาชญากรรมผู้กำกับนนทรีย์ นิมิบุตรนักแสดงอาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์, บุญยิสา จันทราราชัย, อาภา ภาวิไล, ศรัณยู ประชากริช จัดอยู่ในเรต
“คน-โลก-จิต” ผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องที่ 7 วาระครบรอบ 15 ปี ในการนั่งแท่นผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคุณภาพระดับนานาชาติของ “นนทรีย์ นิมิบุตร” สร้างจากบทภาพยนตร์ชนะเลิศโครงการ Thailand Script Project 2010 สู่ภาพยนตร์เชิงจิตวิทยาที่จะทำให้คุณมองตัวเองและโลกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดยเล่าเรื่องราวผ่านการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสะเทือนขวัญที่ได้นำพา นักจิตวิทยา, นักนิติวิทยาศาสตร์, นักธุรกิจหนุ่มไฮโซ และนักศึกษาสาว เข้ามาพัวพันและถลำลึกไป
ท่ามกลางความวุ่นวายแห่งมหานครกรุงเทพ เหตุฆาตกรรมซาดิสต์สุดสะเทือนขวัญได้เกิดขึ้นในวันอันร้อนระอุใจกลางเมือง ศพชายนิรนามถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม กะโหลกศีรษะถูกทุบจนแหลก
“เขื่อน” (อาทิตย์ ตั้งวิบูลย์พาณิชย์) นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญการอ่านจิตอาชญากร ได้เข้ามาช่วยไขปริศนาคดีฆาตกรรมนี้ร่วมกับ “เทียน” (บุญยิสา จันทราราชัย) นักนิติวิทยาศาสตร์สาวผู้มีปมบางอย่างฝังลึกในใจ ทั้งคู่สืบค้นทุกเบาะแสเพื่อให้ได้เงื่อนงำของคดีจนต้องก้าวล่วงเข้าไปในปม ชีวิตเบื้องลึกของกันและกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ขณะที่การสืบสวนกำลังดำเนินไปอย่างเร่งรีบ แต่ก็มีคนตายเพิ่มขึ้นในสภาพศพที่ถูกทารุณอย่างโหดเหี้ยมไม่แพ้กัน และครั้งนี้มีเงื่อนงำบางอย่างที่ชี้ให้ “คีย์” (ศรัณยู ประชากริช) หนุ่มไฮโซเพื่อนเก่าของเขื่อนตกเป็นผู้ต้องสงสัย
นั่นทำให้เขื่อนต้องกลับมาเผชิญหน้ากับคีย์อีกครั้งด้วยความจำใจ หลังจากที่เขาพยายามหลบหน้ามาโดยตลอด หรือจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่เบื้องหลังความเป็นเพื่อนของทั้งคู่ที่อาจ เชื่อมโยงกับคดีนี้ ก่อนที่จิกซอว์ภาพฆาตกรในหัวของเขื่อนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ กลับมีเหตุไม่คาดฝันทำให้เขื่อนได้พบกับ “กวาง” (อาภา ภาวิไล) นักศึกษาสาวที่เขาเคยให้ความช่วยเหลือจากเหตุฆาตกรรมในครอบครัวเมื่อ 10 ปีก่อน การพบกันของทั้งคู่ได้ปลุกอดีตอันเลวร้ายให้ย้อนกลับมาตามหลอกหลอนทั้งเขา และเธออีกครั้ง และยิ่งคดีถูกสืบลงลึกไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้เงื่อนงำที่ดูเหมือนจะดึงทั้งสี่คนให้ถลำลึกกับความบิดเพี้ยนทางจิตใจมากขึ้นเท่านั้น
หรือคำตอบของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดซาดิสต์นี้จะนำพาทั้งสี่คนให้เข้าใกล้ความตาย…อย่างคาดไม่ถึง ใครกันแน่คือคนที่กุมจิกซอว์ตัวสุดท้ายในเกมกลมรณะที่ฆาตกรผูกไว้อย่างสุดพิสดารนี้กันแน่
——————————————————————————————————————-
วันที่เข้าฉาย24 พฤษภาคม 2555แนวหนังตลก,แอ็คชั่น,ไซไฟ,ผจญภัยผู้กำกับแบร์รี่ ซอลเนอร์เฟลนักแสดงทอมมี่ ลี โจนส์, วิลล์ สมิธ, จอช โบรลิน, บิล ฮาร์ดเดอร์, เลดี้ กาก้า
ใน Men In Black™ 3 สายลับ เจ (วิลล์ สมิธ) และเค (ทอมมี ลี โจนส์) กลับมาอีกครั้ง…และก็ทันเวลาซะด้วย เจได้พบเห็นสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้มากมายตลอดระยะเวลา 15 ปีที่เขาอยู่กับ Men in Black แต่ไม่มีอะไร แม้แต่เอเลียน ทำให้เขางุนงงได้มากเท่ากับคู่หูช่างจิกกัดของเชขา แต่เมื่อชีวิตของเคและชะตากรรมของโลกใบนี้ตกอยู่ในอันตราย สายลับ เจก็จะต้องย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาสู่ที่ทางของมัน เจค้นพบว่าจักรวาลนี้มีความลับมากมายที่เคไม่เคยบอกเขา มันเป็นความลับที่จะเปิดเผยออกมาเมื่อเขาได้ร่วมงานกับสายลับ เควัยหนุ่ม (จอช โบรลิน) เพื่อช่วยเหลือคู่หูของเขา หน่วยงานและอนาคตของมนุษยชาติ ที่อาจจะดับลงในเวลาอันใกล้
โคลัมเบีย พิคเจอร์ส ร่วมกับเฮมิสเฟียร์ มีเดีย แคปิตัล ภูมิใจเสนอ ผลงานสร้างโดยแอมบลิน เอนเตอร์เทนเมนต์ ร่วมกับปาร์คส์+แม็คโดนัลด์ อิเมจ เนชัน ภาพยนตร์โดยแบร์รี ซอนเนนเฟลด์ Men In Black™ 3 ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยวิลล์ สมิธ, ทอมมี ลี โจนส์, จอช โบรลิน, เจอเมน เคลมองท์, ไมเคิล สตูห์ลบาร์กและเอ็มมา ธอมป์สัน กำกับโดยแบร์รี ซอนเนนเฟลด์ อำนวยการสร้างโดยวอลเตอร์ เอฟ. ปาร์คส์และลอรี แม็คโดนัลด์ เขียนบทโดยอีธาน โคเฮน จากการ์ตูนมาลิบูโดยโลเวลล์ คันนิงแฮม ผู้ควบคุมงานสร้างคือสตีเวน สปีลเบิร์กและจี. แม็ค บราวน์ ผู้กำกับภาพคือบิล โป๊ป, เอเอสซี ผู้ออกแบบงานสร้างคือโบ เวลช์ มือลำดับภาพคือดอน ซิมเมอร์แมน, เอ.ซี.อี. ดนตรีโดยแดนนี เอลฟ์แมน ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายคือแมรี โว้กท์ เมคอัพ เอฟเฟ็กต์เอเลียนโดยริค เบเกอร์ ซูเปอร์ฝ่ายวิชวล เอฟเฟ็กต์ได้แก่เคน ราลสตันและเจย์ เรดด์ สเปเชียล วิชวล เอฟเฟ็กต์โดยโซนี พิคเจอร์ส
——————————————————————————————————————
facebook - กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
… ชาวไทยหัวใจเฟสบุุ๊ค ตกใจใช่ไหม? เพราะกรุงเทพฯ ของพวกเรา คือ เมืองที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คมากที่สุดในโลก คือ 8 ล้านคน หรือ มากกว่า 50% ของชาวไทยทั้งประเทศ เล่นเฟสบุ๊คในกรุงเทพฯ ส่วนประเทศที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คมากที่สุดในโลกตกเป็นของอเมริกา ว้าว!! ชาวกรุงเทพฯ หัวใจโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คมากๆ เลยนะเนี่ย !! >O<
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก developers.facebook.com เฟซบุ๊กเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กเบอร์หนึ่งของโลก ยังคงรุกหน้าปรับกลยุทธ์เพื่อครอบครองความเป็นหนึ่งทางด้านบริการโซเชียลเน็ตเวิร์ก ล่าสุดทางเฟซบุ๊กได้เปิดตัว App Center ศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นที่มีการเชื่อมต่อกับเฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นและเกมต่าง ๆ โดยมีทั้งแอพพลิเคชั่นแบบแจกฟรีและเสียเงิน รองรับการใช้งานผ่านมือถือ, คอมพิวเตอร์ เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น
ตัวอย่าง Facebook App Center บนมือถือ
ตัวอย่างการจัดอันดับแอพฯ ตามช่วงอายุ สำหรับ App Center ทางเฟซบุ๊กไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อแข่งขันกับเจ้าตลาดแอพฯ ดัง ๆ อย่างกูเกิลหรือแอปเปิล เพียงแต่เป็นการสร้าง App Center เพื่อสนับสนุนแอพพลิเคชั่นที่มีคุณภาพเพื่อเชื่อมต่อกับทางเฟซบุ๊ก อีกทั้งยังเป็นช่องทางให้กับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้มีโอกาสหารายได้ผ่านทาง App Center อีกด้วย และนอกจากนี้ภายใน App Center เฟซบุ๊กได้ใช้ระบบค้นหาและระบบจัดอันดับแอพฯ แตกต่างจากผู้ให้บริการแอพฯ เจ้าอื่น ๆ โดยระบบจะเลือกแอพฯ ที่อ้างอิงมาจากข้อมูลของผู้ใช้งาน เช่น อายุ, เพศ และข้อมูลการใช้แอพฯ ของผู้ใช้งานแต่ละราย เพื่อเลือกแอพฯ ที่เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด วิธีนี้ถือว่าเป็นการคัดกรองแอพฯ คุณภาพเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กทุกคน และในอนาคตแอพพลิเคชั่นและเกมทุกอย่างที่ให้บริการอยู่บนเฟซบุ๊ก จะถูกย้ายมาที่ App Center ทั้งหมด การเปิดตัว Facebook App Center ถือว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของเฟซบุ๊ก ที่จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบมากขึ้น อีกทั้งสอดคล้องกับข่าวลือที่ว่า เฟซบุ๊กแอบซุ่มทำสมาร์ทโฟนที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง ทำให้พอมองเห็นอนาคตข้างหน้าและก้าวต่อไปของเฟซบุ๊กว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นับว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากเลยทีเดียว
หน้าเว็บรายละเอียดเกี่ยวกับแอพฯ บน App Center อย่างไรก็ตาม Facebook App Center ยังไม่ได้เปิดให้บริการกับผู้ใช้งานทั่วไปอย่างเป็นทางการ แต่เปิดให้กับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้เข้าไปใช้งานบางส่วนแล้ว สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปคงต้องอดใจรอกันอีกนิด คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะได้เห็น Facebook App Center ในรูปแบบเต็ม ๆ กันอย่างแน่นอน
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก netdna-cdn.com เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา เว็บไซต์บิซิเนสอินไซเดอร์ เปิดโผ 10 อันดับหนังสือยอดนิยมตลอดกาลของโลก ปรากฎว่า หนังสือที่ครองตำแหน่งแชมป์ยอดนิยมที่สุด คือคัมภีร์ไบเบิ้ล ขณะที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ และ เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ติดโผอันดับที่ 3 และ 4 โดยเว็บไซต์บิซิเนสอินไซเดอร์ ได้วิเคราะห์และประเมินความนิยมของหนังสือแต่ละเล่ม ผ่านจำนวนยอดพิมพ์และยอดจำหน่ายทั่วโลก ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผลการประเมินปรากฎว่า 10 อันดับหนังสือยอดนิยมตลอดกาลของโลก เป็นดังนี้ อันดับ 1 คัมภีร์ไบเบิ้ล (The Holy Bible) พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์ กลายเป็นหนังสือยอดนิยมที่สุดในโลก ด้วยจำนวนเล่มที่ขายได้ถึงกว่า 3,900 ล้านเล่มตลอด 50 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังเป็นหนังสือที่แปลเป็นภาษาต่าง ๆ ถึง 340 ภาษาอีกด้วย ทั้งนี้ ก็เพราะศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก ดังนั้นการซื้อพระคัมภีร์ไบเบิ้ลไว้ครอบครอง หรือมอบเป็นของขวัญให้กันและกัน จึงกลายเป็นเรื่องปกติของชาวคริสต์ทั่วโลก อันดับ 2 คติพจน์ เหมา เจ๋อ ตุง (Quotations from Chairman Mao Tse-tung) หนังสือเล่มนี้ถือเป็นหนังสือที่โด่งดังมากในช่วงปี 2510-2514 ในฐานะของหนังสือที่ตีพิมพ์ออกมาเพื่อให้ชาวจีนได้มีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน และมันก็กลายเป็นหนังสือที่ทุกคนจะต้องมีไว้ครอบครองในสมัยนั้น ทำให้สถิติยอดขายพุ่งสูงถึง 820 ล้านเล่มทั่วโลก อันดับ 3 แฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) นวนิยายแฟนตาซีอันดับหนึ่งของโลก ผลงานการเขียนของ เจ เค โรว์ลิ่ง แม้จะเพิ่งเขียนขึ้นในช่วงเวลาไม่นานนัก แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งนวนิยายเรื่องนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อีก จึงทำให้ยอดขายของหนังสือเพิ่มตามไปด้วย จนปัจจุบัน แฮร์รี่ พอตเตอร์ ขายไปแล้วกว่า 400 ล้านเล่มทั่วโลก อันดับ 4 The Lord of the Rings มหากาพย์ไตรภาคที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่อง และเป็นที่นิยมไม่แพ้แฮร์รี่ พอตเตอร์ เลยทีเดียว (ถึงจะน้อยกว่าอยู่บ้างก็เถอะ) นิยายเรื่องนี้ถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ กว่า 38 ภาษา และปัจจุบันยอดขายหนังสือเล่มนี้ก็พุ่งสูงถึง 103 ล้านเล่มไปแล้ว อันดับ 5 ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน (The Alchemist) เรื่องราวว่าด้วยการออกเดินทางค้นหาขุมทรัพย์ของซานติเอโก ที่ประทับใจบรรดาคนที่มีฝันทั่วโลก ปัจจุบันมียอดขายถึง 65 ล้านเล่มทั่วโลก อันดับ 6 รหัสลับดาวินชี (The Da Vinci Code) นิยายชื่อดังที่ท้าทายความเชื่อของคริสตจักร ผลงานการเขียนของ แดนน์ บราวน์ แม้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนาหู แต่ไม่น่าเชื่อว่ามันทำให้ยอดขายพุ่งถึง 57 ล้านเล่มทั่วโลกเลยทีเดียว อันดับ 7 Twilight - The Saga นิยายความรักระหว่างแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และสาวสวย ที่เป็นที่รู้จักกันมากในรูปแบบของภาพยนตร์ ซึ่งมีแฟน ๆ ติดตามกันทั่วโลก ปัจจุบันยอดขายอยู่ที่ 43 ล้านเล่มทั่วโลกแล้ว อันดับ 8 Gone with the Wind หรือชื่อแบบไทย ๆ ว่า "วิมานลอย" ผลงานของมาร์กาเร็ต มิทเชล จัดเป็นนวนิยายอเมริกันแนวย้อนยุคชื่อดังที่โลกไม่เคยลืม เพราะตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา นวนิยายเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง และได้รับการยกย่องจากแฟนภาพยนตร์หลายรายทั่วโลกว่า เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดตลอดกาลเลยทีเดียว และแน่นอน เมื่อได้รับความนิยมมากมายขนาดนี้ ทำให้นวนิยาย Gone with the Wind ครองสถิติยอดขาย 33 ล้านเล่ม อันดับ 9 คิดอย่างไรให้รวย (Think and Grow Rich) ผลงานการเขียนของ นโปเลียน ฮิลล์ ที่กลายเป็นหนังสือฮาวทูที่ได้รับความนิยมสูงมาก หลังจากเกิดวิกฤตการเงินโลก โดยในหนังสือเล่มนี้ได้มีการแนะนำถึงหลักจิตวิทยา เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางสู่ความร่ำรวย และปัจจุบัน หนังสือเล่มนี้ก็ขายไปแล้วกว่า 30 ล้านเล่ม อันดับ 10 บันทึกของแอน แฟรงก์ (The Diary of Ann Frank) เรื่องราวของสาวน้อยที่ตกเป็นเหยื่อของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสงครามโลก ครั้งที่ 2 บันทึกขึ้นโดยเจ้าตัวเองก่อนเธอจะเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น ผลงานเล่มนี้นับได้ว่าเป็นบันทึกที่ตราตรึงอยู่ในใจของคนทั่วโลกเสมอ ไม่ว่าเธอจะเสียชีวิตไปกว่า 70 ปีแล้วก็ตาม ด้วยสถิติยอดขายที่ 27 ล้านเล่ม
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก fubiz.net ถ้าคุณผู้อ่านอยากจะชมภาพยนตร์ดี ๆ สักเรื่องหนึ่ง แน่นอนเลยว่าจะต้องออกจากบ้านไปที่โรงภาพยนตร์ตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ กัน แต่ก็อาจจะมีบ้างถ้าคุณเกิดรู้สึกเบื่อหรืออยากเปลี่ยนจากบรรยากาศแบบเดิม ๆ กับโรงภาพยนตร์ตามห้างทั่วไปล่ะก็ ลองย้ายโลเคชั่นของการชมภาพยนตร์ไปที่กลางท้องทะเลสวย ๆ กันสักหน่อยไหม? ....ไม่ต้องงงไปนะคะ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะว่าทำไมเราถึงให้คุณไปชมภาพยนตร์ที่กลางทะเล นั่นก็เพราะโรงภาพยนตร์กลางทะเลมีอยู่จริง ๆ ที่สำคัญไปกว่านั้น ยังอยู่ที่ประเทศไทยของเราอีกด้วย ขอพาทุกท่านไปที่เกาะยาวน้อย ในจังหวัดพังงา เพราะที่นี่คือสถานที่ตั้งของโรงภาพยนตร์กลางทะเลที่เราขอบอกเลยว่า "เจ๋งจริง" และน่าเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศแบบนั้นบ้าง โดยโรงภาพยนตร์กลางทะเลที่ว่านี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของสถาปนิกชาวเยอรมัน "โอเล่ ชีเรน" (Ole Scheeren) ซึ่งเคยมีผลงานการออกแบบเด็ด ๆ โดน ๆ มาแล้วมากมายทั่วโลก ผลงานของคุณชีเรน มีลักษณะเป็นเหมือนการจัดหนังกลางแปลงในแบบฉบับของบ้านเรา โดยมีจอหนังที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างหินผาสูง ตามด้วยการจัดในส่วนของที่นั่งคนดูเป็นแพไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งบนแพจะมีเบาะโฟมให้ผู้ชมได้เอนตัวนอนชมภาพยนตร์ได้อย่างสบายตัว ที่สำคัญไปกว่านั้น จะมีการฉายภาพยนตร์เฉพาะในตอนกลางคืนเท่านั้น ทั้งนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลอื่นใดนอกเสียจากเรื่องของสภาพอากาศและความสมจริง เสมือนชมภาพยนตร์ตามที่หลาย ๆ คนคุ้นเคยนั่นเอง อย่างไรก็ดี โรงภาพยนตร์กลางทะเลดังกล่าว เกิดขึ้นได้เพราะว่าเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่เกาะยาวน้อยมีการจัดเทศกาล "Film on the Rocks" ขึ้น ซึ่งเทศกาลนี้จะเป็นเทศกาลที่เน้นในเรื่องของภาพยนตร์และศิลปะโดยเฉพาะ ดังนั้น การเนรมิตโรงภาพยนตร์กลางทะเลนี้ขึ้น ก็ทำให้เป็นที่สนใจแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องและบุคคลทั่วไปอย่างมาก ซึ่งจุดนี้เอง ทางผู้จัดเทศกาลดังกล่าวก็คาดหวังไว้ว่า อยากจะให้มีการจัดเทศกาลนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทุกปี
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมขอขอบคุณภาพประกอบจาก honda.co.th
ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับค่ายรถชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง "ฮอนด้า" (Honda) ที่มาคราวนี้พวกได้พา "ซีวิค" (Civic) โฉมใหม่ มาให้ยลโฉมกันแบบใกล้ชิดสุด ๆ พร้อมกันนี้ยังชูเทคโนโลยีล้ำยุค เป็นจุดขายให้กับซีวิคโฉมใหม่นี้อีกด้วย
สำหรับ ซีวิค โฉมใหม่นี้ จะเป็นซีวิคเจนเนอเรชั่นที่ 9 ซึ่งได้รวบรวมความโดดเด่นของทุกเจนเนอเรชั่น มาต่อยอดการพัฒนาให้ล้ำสไตล์ด้านดีไซน์ ทั้งภายในและภายนอก และครบครันด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมัน รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ซีวิค โฉมใหม่ มีเครื่องยนต์มาให้เลือกอยู่ 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC 1.8 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของการลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วน มีมลพิษในไอเสียต่ำลง และเพิ่มความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังสามารถรองรับน้ำมัน E85 ได้ ทั้งยังมีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำตามมาตรฐาน EURO4
ในส่วนของการดีไซน์ ใช้โครงสร้างแบบ Mono form ผสานดีไซน์เฉียบคมทุกเส้นสาย ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสารมีความล้ำสมัยแบบ Futuristic cockpit ตามด้วยระบบเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำหน้ามากมาย ทั้ง หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ "i-MID" (Intelligent Multi-Information Display) เป็น Smart Interface ที่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์แบบตามความต้องการของผู้ขับขี่ รวมไปถึงระบบ Eco Assist ซึ่งช่วยแนะนำการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน
ทั้งนี้ ซีวิค โฉมใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น โดยในแต่ละรุ่นก็จะมีราคาที่แตกต่างกันไปดังนี้
รุ่น "1.8S MT" ราคา 773,000 บาท และ "1.8S AT" ราคา 828,000 บาท โดยทั้งสองรุ่นนี้ จะมีไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ปุ่ม ECON มาตรวัดระบบ MultiplexMeter พร้อมระบบเรืองแสง หน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ i-MID พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่มีสวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง กุญแจรีโมทมัลติฟังก์ชั่น พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะที่นั่งเป็นเบาะผ้า ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และล้ออัลลอย 15 นิ้ว
ส่วนรุ่น "1.8E AT" ราคา 909,000 บาท และ "1.8 E AT Navi" ราคา 964,000 บาท เป็นสองรุ่นที่มาพร้อมกับไฟตัดหมอกคู่หน้า วัสดุหุ้มเบาะเป็นเบาะหนังและวัสดุหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น สวิตช์ควบคุมระบบ i-MID และเครื่องเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ วิทยุ-ซีดี MP3 แบบ 1 แผ่น ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ เครื่องเล่นดีวีดี กล้องส่องภาพด้านหลัง (เฉพาะรุ่น 1.8 E AT Navi) และล้ออัลลอย 16 นิ้ว
สุดท้ายกับรุ่น "2.0EL AT" Navi ในราคา 1,124,000 บาท ซึ่งมีอุปกรณ์โดดเด่นเพิ่มเติมจากรุ่นอื่น ๆ อาทิ ไฟหน้าแบบ HID พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ พร้อมเครื่องเล่นดีวีดีและกล้องส่องภาพด้านหลัง ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbags ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ที่มาพร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว
สำหรับ ซีวิค โฉมใหม่ ทางฮอนด้ายังมีให้เลือกอีก 6 สี ได้แก่ สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีน้ำตาลเออร์เบินไทเทเนียม (เมทัลลิก) ซึ่งเป็น 2 สีใหม่ ตามด้วย สีดำคริสตัล (มุก), สีเทาโพลิชเมทัล (เมทัลลิก), สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) และ สีขาวทาฟเฟต้า สำหรับสีภายในห้องโดยสาร รุ่น 1.8L จะเป็นสีเบจ และรุ่น 2.0L เป็นสีดำ ซึ่งใครที่สนใจ ก็สามารถชมรถได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ข้อมูลจาก AFP: Relax News งานมอเตอร์โชว์ในบ้านเราเพิ่งจะจบลงไปอย่างสวยงามด้วยยอดจองที่ถล่มทลายทะลุเป้าที่ตั้งไว้ สุขใจกันทั้งทางค่ายรถผู้ผลิต และผู้ที่มายลโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่มาเปิดตัวกันในงานนี้ (รวมทั้งยลโฉมพริตตี้ด้วย อิอิ) คราวนี้เราจะพาไปดูงานมอเตอร์โชว์ของเมืองนอกกันสักงาน ซึ่งคืองาน "นิวยอร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ โชว์ 2012" (New York International Auto Show 2012) ที่เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา ในงานได้รวบรวมรถยนต์ตัวโมเดลปิ๊ง ๆ สวย ๆ จากค่ายรถชั้นนำของโลกมาไว้ด้วยกัน เราคัดเน้น ๆ เอาเฉพาะที่เด็ด ๆ และน่าสนใจมาฝากคุณไว้ตรงนี้แล้ว !
- BMW M6 Convertible
เปิดตัวครั้งแรกในงานนี้กับ BMW M6 Convertible กับเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4.4 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุด 560 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 4.1 วินาที แถมรูปทรงยังเพรียวสวยกว่ารถยนต์สปอร์ตรุ่นก่อน ๆ คาดว่าจะถูกปล่อยสู่ตลาดภายในสิ้นปีนี้
- Fisker Atlantic Fisker ค่ายรถสัญชาติอเมริกาส่ง Atlantic รถยนต์ไฮบริดดีไซน์เฉียบสวยแต่สะอาดตา มาสู้กับค่ายที่ได้รับความนิยมกว่าอย่าง Audi และ BMW
- Lincoln MKZ Lincoln แบรนด์รถหรูหรามีระดับของอเมริกา ส่ง MZK รถซีดานเครื่องยนต์ไฮบริดที่หรูหรามีระดับ แต่ดีไซน์เพรียวสวยมีสไตล์ทันสมัย แถมด้วยหลังคากระจกใหญ่พิเศษ
- Nissan Altima มาที่ค่ายฝากฝั่งเอเชียอย่าง Nissan ที่ดึง Nissan Altima มาตีตื้นรถยนต์ร่วมเจเนอเรชั่นเดียวกันของค่ายรถยนต์เพื่อนบ้างอย่าง Toyota Camry และ Honda Accord โดย Altima เป็นเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมัน ส่วนการดีไซน์เน้นให้ดูใหญ่โตหรูหราน่าเกรงขาม
- Nissan NV200 Nissan เดินหน้าบุกตลาดรถยนต์เชิงพาณิชย์ขนาดเล็กโดยเฉพาะ ด้วยการส่ง NV200 กับคอนเซ็ปต์ "แท็กซี่ของวันพรุ่งนี้" (Taxi for tomorrow) มาโชว์การออกแบบที่อำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น กับขั้นบันไดข้างรถ ที่ชาร์จโทรศัพท์ หลังคาใสแบบพาโนรามาเพื่อความโปร่งสบายและการชมวิวทิวทัศน์ พร้อมประตูบานสไลด์เปิดปิดได้นิ่มนวล แถมยังได้เซ็นสัญญาให้กลายเป็นรถยนต์โดยสาธารณะประจำเมืองนิวยอร์ค ที่จะลงวิ่งจริงบนท้องถนนในปี 2014 ที่จะถึงนี้ด้วย
- Infiniti LE Concept แบรนด์รถหรูลูกข่ายของ Nissan อย่าง Infiniti ส่งรถต้นแบบรุ่น LE Concept มาอวดความหรูหราพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำกับการเป็นรถซีดานระบบไฟฟ้าทั้งคัน และระบบชาร์จพลังงานแบบ wi-fi สุดทันสมัย ทั้งนี้คาดว่าจะเข้าสู่สายการผลิตได้จริงภายในปี 2014
- Shelby 1000 Shelby ค่ายรถจิ๋วแต่แจ๋วของอเมริกัน ส่ง Shelby 1000 รถเล็กแต่แรงด้วยกำลังขับเคลื่อนสูงสุด 950 แรงม้าสำหรับการวิ่งบนท้องถนน และที่ 1,100 แรงม้าสำหรับรุ่นรถแข่ง ทำให้มันกลายเป็นรถแข่งที่เร็วจี๊ดสุด ๆ ตัวหนึ่งไปในทันที
- SRT Viper เป็นยี่ห้อรถยนต์ที่รีแบรนด์จากชื่อเก่า Dodge Viper มาเป็น SRT Viper พร้อมส่งรถดีไซน์เท่ ๆ กับเครื่องยนต์ V10 กำลังขับเคลื่อน 640 แรงม้า และยางรถยนต์ของ Pirelli เพิ่มสมรรถนะการขับเคลื่อนและยึดเกาะถนนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
- Terrafugia Transition Terrafugia ส่งเครื่องร่อนกึ่งรถยนต์ Terrafugia Transition มาอวดโฉมกันในงานนี้ และก็เป็นที่ฮือฮาไปตามคาด ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการทดสอบการบินที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมันสามารถบินได้ในระดับความสูง 500 เมตรจากพื้นดิน ดูท่ารถบินได้คันนี้จะเหมาะกับเมืองรถติดที่สุดเลย
- Toyota Avalon มาถึงค่ายรถที่คุ้นหูชาวเราอย่าง Toyota ที่ส่ง Toyota Avalon รถซีดานขนาดกลาง ซึ่งดีไซน์อยู่บนพื้นฐานการปรับปรุงโฉมจาก Toyota Camry แต่ดูปราดเปรียวโฉบเฉี่ยวเป็นวัยรุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ เห็นรถสวย ๆ สมรรถนะเจ๋ง ๆ แบบนี้แล้วกิเลสก็หลั่งไหลมาโดยไม่รู้ตัว (แหะ ๆ) ว่าแต่คุณล่ะครับ ถูกใจรุ่นไหนกันบ้างล่ะ ;D
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอมภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ใครที่สปีคภาษาอังกฤษไม่ค่อยถนัด แต่มีนัดสัมภาษณ์งาน และจำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษในการแนะนำตัว คงจะกำลังกระวนกระวายใจ หาข้อมูลยกใหญ่ว่า ควรจะพูดอย่างไรดี ประโยคไหนถูก ประโยคไหนเหมาะ วันนี้กระปุกดอทคอม ขอนำเสนอตัวอย่างประโยคแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ พร้อมคำแปล มาฝากกัน
การทักทาย
Hello / Good Morning / Good Afternoon (สวัสดีค่ะ/ครับ)
How are you today (สบายดีไหมคะ/ครับ?)
How do you do? (สบายดีไหมคะ/ครับ?)
แนะนำตัวเมื่อไปสัมภาษณ์งาน
Let me introduce my self (ขอแนะนำตัวเอง)
My name is ..... (บอกชื่อ-นามสกุล)
I was born on Friday 13 th of May 1988. I am 24 years old (ผม/ดิฉัน เกิดเมื่อ 13 พฤษภาคม 2531 อายุ 24 ปี)
I have no brothers or sisters. and I am single (ผม/ดิฉัน ไม่มีพี่น้อง สถานภาพ โสด)
I graduated in ….. (คณะที่จบการศึกษา เช่น Communication Arts คณะนิเทศศาสตร์) major …. (สาขาที่จบ เช่น Journalism วารสารศาสตร์) from …...(มหาวิทยาลัยที่จบ เช่น Rangsit university มหาวิทยาลัยรังสิต) with GPA 3.80 (เกรดเฉลี่ย 3.8)
ทัศนคติต่อชีวิตช่วงเรียนมหาวิทยาลัย
I learned to do things which I never could do before. I had a great chance to learn about life, the activities of life, meet new friends, and a lot more other things than I can say (ฉันได้รู้จักและได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้โอกาสเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิต ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้พบเพื่อนใหม่ ๆ และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คงบรรยายได้ไม่หมด)
คุณสมบัติส่วนตัว
My most important qualifications is good attention and patience (คุณสมบัติที่สำคัญของผม/ดิฉัน คือ ความตั้งใจและความอดทนครับ/ค่ะ)
When I start to do anything I will go on until the job is done (ตัวอย่างของความตั้งใจและความอดทน คือ เมื่อผม/ดิฉัน เริ่มทำงานบางอย่าง ผม/ดิฉัน จะลงมือทำมันจนเสร็จสิ้น)
I am easy going. I can get along with anybody. (เป็นคนเข้ากับคนง่าย สามารถเข้ากันได้กับคนทุกรูปแบบ)
My hobbies are surf the internet, watching movies and reading books. They’re all have a lot of knowledge. (งานอดิเรกคือการเล่นอินเทอร์เน็ต ดูโทรทัศน์ และอ่านหนังสือ เพราะมีความรู้มากมายอยู่ในนั้น)
เป้าหมายในการทำงาน
I would like to have a good job which brings a stable income, have security, a family and be able to do some good things that people can remember me by. (มีงานดี ๆ ที่รายได้แน่นอน และมีความมั่นคงในชีวิต มีครอบครัว และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ผู้อื่นได้จดจำ)
เหตุผลที่เลือกบริษัทนี้
Because this company has a good image of stability and security. It’s like when you want to travel on a ship, certainly you would choose a ship that you feel confident with. (เพราะว่าบริษัทนี้มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความมั่นคง และความปลอดภัย เหมือนกับถ้าคนเราจะลงเรือสักลำ ก็คงต้องเลือกเดินทางไปกับเรือที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย และมั่นใจ)
ก่อนจบการสัมภาษณ์
I really appreciate the chance to have an interview with you today. Thank you so much. (ขอบคุณสำหรับโอกาสในการสัมภาษณ์วันนี้)
นี่เป็นแค่ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษง่าย ๆ สำหรับการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ และสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคย ลองฝึกฝนหน้ากระจกก่อนก็ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นใจ... สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสัมภาษณ์งานนะจ๊ะ
| งานด่วน | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประกาศทั่วไป | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||